เช็กให้ชัวร์? ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรืออาการแพ้ฝุ่น PM2.5
บทความสุขภาพ
เช็กให้ชัวร์? ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรืออาการแพ้ฝุ่น PM2.5
กุมภาพันธ์ปี 2026 นี้ เรากำลังเผชิญกับ "ศึกสามด้าน" ที่ทำเอาหลายคนสับสนจนปวดหัว เพราะอาการไอ จาม หรือระคายคอ มันช่างดูคล้ายกันไปหมดระหว่างไข้หวัดใหญ่ ที่มักระบาดช่วงอากาศเปลี่ยน, โควิด19 ที่ยังคงวนเวียนอยู่ และ ฝุ่น PM2.5 ที่พุ่งสูงจนท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา การแยกแยะอาการให้ถูกตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณรักษาได้ตรงจุด แต่ยังช่วยลดความกังวลและป้องกันการแพร่เชื้อให้คนรอบข้างได้อีกด้วย มาดูกันครับว่าแต่ละอย่างมีจุดสังเกต "ไม้ตาย" ตรงไหนบ้าง
ทำไมอาการถึงดูคล้ายกันจนแยกไม่ออก?
- ประตูทางเข้าเดียวกัน : ทั้งไวรัส (โควิด/หวัดใหญ่) และฝุ่นพิษ ต่างพุ่งเป้าไปที่ระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน ทำให้เกิดการระคายเคืองในโพรงจมูก คอ และปอด
- กลไกการตอบสนองของร่างกาย : เมื่อร่างกายเจอสิ่งแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคหรือฝุ่น ร่างกายจะพยายามขับออกผ่านการไอ จาม หรือสร้างน้ำมูกออกมาเคลือบแผลอักเสบ อาการเบื้องต้นจึงดูเหมือนกันมาก
- สายพันธุ์ที่เปลี่ยนไป : โควิด-19 ในปี 2026 มักจะลดความรุนแรงลงจนดูเหมือนหวัดธรรมดา ทำให้การใช้แค่ "ความรู้สึก" ตัดสินว่าเป็นโรคอะไรนั้นทำได้ยากกว่าเมื่อก่อน
จุดสังเกต "แพ้ฝุ่น PM2.5": เน้นคันและสัมพันธ์กับสถานที่
- ไม่มีไข้เด็ดขาด : หากคุณมีแค่อาการไอ จาม แต่ตัวไม่ร้อนเลย ให้สงสัยฝุ่นหรือภูมิแพ้ไว้ก่อน
- อาการคันคือหัวใจ : ฝุ่น PM2.5 จะกระตุ้นอาการคันในทุกเยื่อบุ ทั้งคันตา (ตาแดง), คันจมูก, คันคอ หรือแม้แต่ผื่นคันตามผิวหนัง
- ดีขึ้นเมื่ออยู่ "ในร่ม" : สังเกตว่าถ้าอยู่ในห้องแอร์ที่มีเครื่องฟอกอากาศแล้วอาการทุเลาลง แต่พอออกไปข้างนอกแล้วกลับมาเป็นใหม่ นั่นคืออิทธิพลของฝุ่นแน่นอน
- เสมหะและน้ำมูก : มักจะมีน้ำมูกใสๆ และรู้สึกเหมือนมีเสมหะติดคอจากการระคายเคือง ไม่ใช่จากการติดเชื้อ
จุดสังเกต "ไข้หวัดใหญ่"เน้นปวดเมื่อยและไข้สูงเฉียบพลัน
- เหมือนโดนรถทับ : จุดเด่นที่สุดของไข้หวัดใหญ่คืออาการ "ปวดเมื่อยตามตัว" อย่างรุนแรง ปวดร้าวถึงกระดูกและเบ้าตา อ่อนเพลียจนแทบเดินไม่ไหว
- ไข้มาแรงและเร็ว : ไข้มักจะพุ่งสูงเกิน 38.5°C อย่างรวดเร็ว และมักจะมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย
- อาการทางระบบหายใจ : มีอาการไอแห้งๆ และคัดจมูกร่วมด้วย แต่อาการปวดเมื่อยและไข้สูงจะเด่นชัดกว่ามาก
จุดสังเกต "โควิด-19" เน้นระคายคอและอาการที่คาดเดายาก
- เจ็บคอคืออาการนำ : สายพันธุ์ปัจจุบันมักเริ่มต้นด้วยการระคายคอหรือเจ็บคอมาก บางคนอาจรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มอยู่ในคอ
- ไข้มีได้หลายระดับ : อาจจะมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้เลยก็ได้ในผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ทำให้สับสนกับหวัดธรรมดาได้ง่ายที่สุด
- ความผิดปกติของการรับรส/กลิ่น : แม้จะพบน้อยลงในสายพันธุ์ใหม่ๆ แต่หากมีอาการนี้เกิดขึ้น ให้สันนิษฐานว่าเป็นโควิดไว้ก่อนได้เลย
- ต้องจบด้วยการตรวจ : วิธีแยกโควิดที่ชัวร์ที่สุดไม่ใช่การนั่งเดาอาการ แต่คือการ ตรวจ ATK โดยแนะนำให้ตรวจซ้ำในวันที่ 2-3 หลังจากเริ่มมีอาการ เพราะเชื้ออาจจะยังไม่มากพอในวันแรก
หากคุณมีอาการไอจามแต่ไม่มีไข้และรู้สึกคันตามตาหรือผิวหนังร่วมด้วยมักเกิดจากแพ้ฝุ่น PM2.5 ซึ่งจะดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่ปิด แต่ถ้ามีไข้สูงเฉียบพลันร่วมกับปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรงให้สงสัยไข้หวัดใหญ่ ส่วนโควิด-19 มักเน้นอาการเจ็บคอและมีความหลากหลายสูง การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใส่หน้ากาก N95 เพื่อกันทั้งฝุ่นและไวรัส ร่วมกับการตรวจ ATK เมื่อเริ่มมีอาการเจ็บคอหรือมีไข้ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที
ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา